ลำดับความเป็นมา
๑. ปัญหาเรื่องเส้นเขตแดน นับตั้งแต่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตย
เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย
ได้ดำเนินการปกครองมาเป็นอย่างดี โดยทำการปรับปรุงแก้ไขกิจnารของประเทศชาติใหัเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นโดยทุกวิถีทาง
และได้ดำเนินการปรับปรุงเส้นเขตแดนกับประเทศใกล้เคียง เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและตามหลักความยุติธรรม
การปรับปรุงเส้นเขตแดนระหว่างประเทศไทย กับประเทศพม่าของอังกฤษได้เป็นไปโดยเรียบร้อย
แต่การเจรจาปรับปรุงเส้นเขตเเดนทางด้านอินโดจีนของฝรั่งเศสเพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมชาติและความยุติธรรม
ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากฝรั่งเศสพยายามบิดพริ้วหลีกเลี่ยงอยู่ตลอดเวลา
ชาวไทยทุกคนยังคงรำลึกและจดจำเรื่องราวในอดีตได้เป็นอย่างดี
ถึงการที่ฝรั่งเศสได้เคยใช้กำลังอำนาจบาทใหญ่กดขี่ข่มเหง แย่งที่ดิน แย่งทรัพย์
พรากพี่น้องไทยไปโดยปราศจากศีลธรรมและเหตุผล หาเหตุซ้อนเหตุโดยความเห็นแก่ได้ถ่ายเดียวเรื่อยมา
ซึ่งไทยต้องเสียดินแดนไปเริ่มแต่ พศ. ๒๔๑๐ ถึง พ.ศ. ๒๔๔๙ รวม ๕ ครั้ง
จำนวนเนื้อที่ที่เสียไปประมาณ ๔๖๗,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก
เกือบเท่าเนื้อที่ของประเทศในปัจจุบันนี้ นอกจากนั้นยังเสียพี่น้องไทยในแคว้นเขมร ๒,๙๐๐,๐๐๐ คน
ในแคว้นลาว ๙๔๐,๐๐๐ คน รวมชาวไทยที่ต้องตกไปอยู่ในปกครองฝรั่งเศส ๓,๘๔๐,๐๐๐ คน
เสียเงินอีก ๔,๐๐๐,ooo บาท (ค่าของเงินเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ ซึ่งนับว่ามีค่มหาศาลทีเดียว)
ฝ่ายไทยต้องยอมสูญเสียสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวใหัแเก่ฝรั่งเศสด้วยความเจ็บแค้นและขมขื่นเป็นอย่างยิ่ง
และไม่สามารถตอบสนองอย่างใดได้ เพราะฝรั่ง้ศสมีกำลังรบเข้มแข็งกว่าไทยเป็นอันมากในระยะเวลานั้น
อันเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศสนั้น มิได้มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นเขตแดนตลอดไป
ที่มีแม่น้ำโขงเป็นเขตแดนมีอยู่ ๒ ตอนด้วนกันคือ ตอนเหนือของหลวงพระบาง
ตั้งแต่ปากน้ำสบรวกในท้องที่อำเภอเชียงแสน ลงมาถึงผาได ในท้องที่อำเภอเชียงของ
จังหวัดเชียงรายตอนหนึ่ง กับตอนใต้ของหลวงพระบาง จากปากน้ำเหลืองลงมาถึงปากน้ำห้วยตอนใต้ปากน้ำมูล
อำเภอสุวรรณวาศรี จังหวัดอุบลราชธานีตอนหนึ่งเท่านั้น ยิ่งกว่านั้นการกำหนดเส้นเขตเดน ระหว่างไทย
กับผรั่งเศสนั้น ก็มิได้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและความยุติธรรม กล่าวคือ
ตามหลักความยุติธรรมหรือตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศนั้น
เมื่อเอาแม่น้ำเป็นเขตแดนก็พึงถือร่องน้ำลึกเป็นส้นเขตแดน
แต่การกำหนดเส้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศสมิไดเป็นไปตามหลักนี้
คือ บรรดาเกาะทั้งหลายในลำแม่น้ำโขง ถือเป็นของฝรั่งเศสทั้งสิ้น และตอนที่อยู่ติดฝั่งไทย
แต่มีร่องน้ำตื้นถึงกับลุยข้ามได้นั้นฝ่ายฝรั่งเศสก็ยังถือว่าเบ็นเกาะและต้องตกเป็นของฝรั่งเศสเช่นกัย
และเหตุนี้เองไทยจึงพยายามปรับบรุงกิจการทหารให้เข้มแข็งขึ้นเรื่อยมา
เพื่อจะได้ไม่ถูกศัตรูข่มเหงรังแกได้ง่าย ๆ ต่อไปอีก
 |
การปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ของกองกำลังภาคคพื้น ในยุทธการผาเมืองเผด็จศึก
ฐานบินพิษณุโลกในอดีต (ล่างซ้ายมือ) |
ครั้นตกมาถึงปี พ.ศ.๒๔๗๙ ในระหว่างที่กำลังเจรจาทำสนธิสัญญาทางไมตรีพาณิชย์และการเดินเรือระหว่างประเทศไทยกับฝรั่งเศสนั้น
ทางรัฐบาลไทยได้เสนอต่อผู้แทนรัฐบาลฝรั่งเศสในอันที่จะปรับปรุงเขตแดนให้เป็นไปตามความยุติธรรม
แต่ฝ่ายฝรั่งเศสได้เสนอว่าให้รอไว้เจรจากันเมื่อจะทำสัญญาเกี่ยวกับอินโดจีนจะเหมาะสมกว่า
เพราะเกี่ยวกับเขตแดนทางอินโดจีน รัฐบาลไทยจึงยินยอมและรอต่อมาโดยเห็นแก่ไมตรีที่มีอยู่ต่อกัน
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ คือตอสงครามยุโรป ฝรั่งเศสได้ขอทาบทามมายังประเทศไทย
เพื่อทำกติกาสัญญาไม่รุกรานกัน โดยเห็นแก่ไมตรีที่ใด้มีอยู่ต่อกัน ฝ่ายไทยได้ตอบไปว่า
พร้อมที่จะเจรจาทำกติกาสัญญาไม่รุกรานกันกับฝรั่งเศส
แต่ต้องมีการปรับปรุงเขตแดนกันตามหลักการกฎหมายระหว่างประเทศและหลักความยุติธรรม
ฝ่ายฝรั่งเศสได้ตอบยอมตกลง โดยมีหนังสือให้ใว้เป็นหลักฐานจะปรับปรุงเส้นเขตแดนในลำแม่น้ำโขง
โดยถือหลักร่องน้ำเดินเรือได้ตลอดเป็นเกณฑ์ แเละจะส่งข้าราชการชั้นเอกอัครราชทูตจากฝรั่งเศสเพื่อมาเจรจาในเรึ่องนี้
ส่วนการปรับปรุงเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับอินโดจีนโดยทั่วไป ให้เป็นไปตามเขตแดนธรรมชาตินั้น
ก็ได้มีการพูดจากันเป็นที่เข้าใจกันว่า จะไดยกขึ้นมาพูดจาในโอกกาสที่มีการปรึกษาหารือกันในการปรับปรุงเส้นเขตแดนในลำแม่น้ำโขงกับข้าราชการชั้นเอกอัครราชทูตซึ่งจะส่งมาจากฝรั่งเศส
เพื่อพิจารณารวมกันกับเจ้าหน้าที่ผ่ายไทย
ครั้นเมื่อฝรั่งเศสได้ลงนามในสัญญาสงบศึกกับเยอรมันแล้ว
แทนที่รัฐบาลฝรั่งเศสจะส่งข้าราชการชั้นเอกอัครราชทูตมาดังได้ให้คำมั่นไว้ในหนังสือแลกเปลี่ยน
กลับแจ้งมาว่าใคร่ที่จะส่งเจ้าทน้าที่ทางอินโดจีนแทน และให้เอกอัครราชทูตจากฝรั่งเศสในกรุงเทพ ฯ
เป็นประธานฝ่ายฝรั่งเศสซึ่งฝ่ายรัฐบาลไทยก็ได้ยินยอมด้วย
ต่อมาฝ่ายฝรั่งเศสได้แจ้งมาทางเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศฝรั่งเศสอีกว่า
ขอให้กติกาสัญญาไม่รุกรานกันระหว่างประเทศไทยกับฝรั่งเศส มีผลใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
โดยมิต้องรอการแลกเปลี่ยนสัตยาบันกัน
เมื่อรัฐบาลได้รับคำขอเช่นนั้น จึงมาพิารณาดูว่า เมื่อฝรั่งเศสได้มีคำขอมาใหม่เช่นนนี้จึงควรจะพูดจากันให้แน่นแฟ้นขึ้น
ประกอบทั้งเพื่ออนุโลมตามคำร้องของฝรั่งเศส ฝ่ายไทยจึงได้ตอบไปเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๓
ว่า ยินดีจะรับตกลงตามคำขอของฝ่ายผรังเศส แต่ใคร่ขอใท้ฝ่ายฝรั่งเศสตกดังนี้คือ
๑. วางแนสเส้นเขตแดนลำแม่น้ำโขงให้เป็นไปตามทลักกฏหมายระหว่างประเทศ
กล่าวคือถือหลักร่องน้ำลึกเป็นเกณณ์
๒. ปรับปรุงเขตแดนให้เป็นไปตามธรรมขาติ คือให้ถือว่าแม่น้ำโขงเป็นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับอินโดจีน
ตั้งแต่ทิศเหนือมาจดทิศใต้ จนถึงเขตแดนกัมพูชา โดยให้ฝ่ายไทยได้รับดินแดนทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง
ตรงข้ามกับหลองพระบาง และตรงข้ามกับปากเซคืนมา
๓. ขอให้ฝรั่งเศสรับรองว่า ถ้าอินโดจีนฝรั่งเศสเปลี่ยนจากอธิปไตยฝรั่งเศสไป
ฝรั่งเศสจะคืนอาณาเขตลาวและกัมพูชาให้แก่ไทย
ครั้น ๕ ตุลาคม ๒๔๘๓ ฝรั่งเศสได้ตอบบันทึกของไทย เรื่องการปรับปรุงเส้นเขตแดนดังนี้
๑. รัฐบาลฝรั่งเศสจะจัดผู้แทนอินโดจีนมาประชุม (ซึ่งเดิมตกลงไว้ว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ชั้นระดับเอกอัครราชทูตมาปรชุม)
๒. ฝรั่งเศสไม่ยอมเจรจาปัญหาดินแดนอื่น ๆ นอกปัญหาเรื่องเกาะในลำน้ำโขง
๓. ฝรั่งเศสยืนยันการรักษาสถานภาพทางการเมืองและบูรณภาพแห่งดินแดนอินโดจีนไว้ต่อการอ้างสิทธิทั้งปวง
และการรุกรานไม่ว่าจะมีกำเนิดมาจากทางใด ดังข่าวราชการซึ่งออกเมื่อ ด๑ ต.ค. ๘๓ ดังนี้
ข่าวราชการ
เรื่อง คำตอบของรัฐบาลฝรั่งเศสเรื่องการปรับปรุงเส้นเขตแดน
ด้วยตามที่รัฐบาลได้เจรจากับรัฐบาลฝรั่งเศส ในเรื่องที่ฝ่ายเราขอดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงข้ามกับหลวงพระบางและปากเซคืนนั้น
บัดนี่ รัฐบาลฝรั่งเศสได้ส่งคำตอบมาทางเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศฝรั่งเศส
เมื่อวันที่ ๕ เดือนนี้ มีใจความสำคัญดังนี้ คือ
รัฐบาลฝรั่งเศสยินดีที่ได้ทราบว่า ฝ่ายไทยยังพร้อมที่จะให้สัตยาบันกติกาสัญญาไม่รุกรานกัน
และรับทราบว่าฝ่ายไทยได้พิจารณาความเห็นของฝ่ายฝรั่งเศสที่เกี่ยวกับดินแดนลาวและกัมพูชาแล้ว
รัฐบาลฝรั่งเศสใคร่จะได้เห็นกติกาสัญญาได้รับสัตยาบัน ในเมื่อสัตยาบันของฝ่ายฝรั่งเศสได้ถึงกรุเทพฯ แล้ว
เพื่ออนุโลมตามคำขอของฝ่ายไทยในเรื่องการประชุมคณะกรรมการผสม
เพื่อตกลงในปัญหาเกี่ยวกับเเม่น้ำโขง การปักปันเขตแดนและการสัตยาบันกติกาสัญญา
รัฐบาลฝรั่งเศสได้จัดการให้ผู้เชียวชาญทางอินโดจีนเตรียมพร้อมที่จะเดินทางมาประเทศไทย
ในเมึ่อกำหนดวันประชุมแล้ว
รัฐบาลฝรั่งเศสไม่สามารถจะอนุโลมตามความประสงค์ของรัฐบาลไทยได้ในข้อที่ว่าจะให้คณะกรรมการที่กล่าวแลัว
พิจารณาปัญหาเรื่องดินแดนทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขงด้วย
ทั้งนี้เพราะว่ารัฐบาลฝรั่งเศสมิได้ยอมรับหลักการที่จะยกดินแดนที่กล่าวนั้นคืนให้แก่ไทย
รัฐบาลฝรั่งเศสถือว่าเขตแดนในปัจจุบันนนี้เป็นการตกลงกันถึงที่สุดแล้ว และได้อ้างถึงคำปรารภในสนธิสัญญาลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๐๗
ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสถือว่าเป็นการแสดงเจตน์จำนงของอัครภาคีทั้งสองฝ่าย ที่จะงดเว้นไม่เสนอข้อเรียกร้องใหม่เกี่ยวกับดินแดนอีก
ในการทึ่ฝรั่งเศสได้ยินยอมเมื่อเดือนมิถุนายนที่แล้วมา ในอันที่จะเสนอปัญหาเรื่องเกาะในแม่น้ำโขงให้ได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษนั้น
ก็โดยได้ร้บคำมั่นว่าไม่เสนอข้อเรียกร้องอื่น ๆ เกี่ยวกับดินแดนอีก
โดยคำนึงถึงเหตุการณ์ที่ไดเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลฝรั่งเศสจึงจำต้องรักษาสถานภาพทางการเมืองและบูรณภาพเเห่งดินแดนของอินโดจีนไว้ต่อข้ออ้างอิงสิทธิทั้งปวงและต่อการรุกราน
ไม่ว่าจะมีกำเนิดมาจากทางใด
เรื่องนี้ ในเวลานี้รัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังพิจารณาอยู่
กรมโฆษณาการ
๑๑ ตุลาคม ๒๔๘๓
จาเา6าตป็บขฐงฝรั่งเศป็นั้ เห็นว่า ผึายฝรังเศสหาไค้ยป็มศกลงตามฦๅร้ธงขป็ทง ๓
ป็้ขป็งไทยไม่ กลับยืนยันA๗้บ๊ป็งกันเินโค@ีนขป็งตนไม่ว่า@ะมีศัตรมา@ากแฬ่งใค พร้ป็มก้นน
ฝรังเศสไค้มีการเ6ลึ่ๆนไหวแสคงกึงฦวามมี6านาบาทใหญ่ป็ย่างทึ่เฦัป้ไฐ้กรั้ ทามาแค้วในป็คีต
โคยการ]นทหารพร้ป็มทงาวุเยุเธโธปกรณ์มาได้คามขายแคนติคกับปรั้ เท4ไทยเบืนป็ันมาก
แ0ะไค้มีเฦรึ่ป็งบินทหาวขป็งฝรั่งเึ สบินลาเขึ แAนไทยป้บ็นการล่วงฟ้าธๆิปไตย แล๗ละเมิค
กฝ้หมายระหว่างปร*์เทศ6ยางไมแยแสป็ย่เนืป็ง ๆ
นาย วลาศ โอสถานนท์ รัฐมนตร่แลป็้อธบตกรมโฆษณาการ กล่าวทาง
ว่ทยุกรฌัจายเสยงเมิอ ๒g กันยายน ๖ส๘๓ เรอง สำรวจคัวเราเอง่ตังน
ฮวัลค่ พน่อ้.1ทงหถาย
. บัคน ปราก9วาพี่น้ป็ฉขาวไทยทงมวลกาลีงฯ่ป็ใ@ย่ในเรึ่ป็งการปร์บปรงเส้นเขตแคน
รั้ หว่างไทยกับป็ินโคีน๖ป็ียใหม่า้ผห้เหนา์สมตามธรรมชาติแลข้ตามฦอามเบื่นธ์ใรม ในโป็กาส
นถ้าร้าพเฯ้าะนาเวึ่ป็ง ป็ึ่นใคมากล่าว กื่6งไม่เบื่อที่สนใจท่าน ทงหธาย เท่าเรึ่ป็งเขตแคน ปร๗
เทศไทยที่ไค้ขยายป็ป็กไปแล้ว แล๗ฑะขยายต่ฯฝ้ปในวันหน้าีก
ในรั้ ยะเพียง ฝ บ็เศษแฬ่งการปกฦร6งระบป็บประขาธิปไตย ประเทศไทยไค้บรรล
ฦวามเ@ริญก้าฤหน้าในหลาฆวิถีทาง ค์งเบ็นที่แฯ้งปว์้ จักษ์แก่พี่นัป็งาฤไทยทงมวลป็ย่แล้ว
ผแห่งการที่ปร๗้เทศไทยมึการปกครป็งโศยร๗ขบป็บปร๗้ข์ใๆิปไตย ประกป็บกับการที่รัฐบาป็
ในร๗้บป็บประขาธิปไศยไค้บวิหารราขการเ\ผ่นคินมาค้ฤยฦญามสามารถเบ็นลาคับตลป็คมานน
ทาให้ประเทศใทยไค้ร้บ6วามเขื่ป็ถืป็จาpต่างประเทศยิ่งกว่าในสมัยใค ๆ เ้งฯ๗เหนไA้เ;น
การที่ประเทศมหาป็านายินคืลงนามในกติกา0ัญญาไมรุกรานกับปร๗เทหไทย และการลง
นามใน6นธิลัญญาเกี่ยวกับกาวจาเรญสัมพ้นธไมตรแล๕้การเGารพต่ป็บรณภาพแท่งป็าณาเขต
ขป็งกันแป็ะกัน ซึ่งเพิ่งกร๗้ทำกันเมื่ป็ไม่นานมาน เบ็นต้น
qิามเขึ่ป็ถืป็ที่นานาขาติมีค่ป็ประเทศไทยนยังไค้ เห็นผลให้ปร๗เทศไทย ปรั้ 0บ6qาม
ำเร็ป็ันยิ่งใหญ่ กล่าฤืิ ปืนการที่ปร๗้เทGไทยกับปร๗เทศมคาป็ำนาใกล้เีึ ยงใค้ศกลง
ปรับปรุงเส้นเชตฏเคนร๗หว่างฤันใหม่ ตามหลักกฝ้หมายระหอ่างปรั้ เทศและตามฬลักฦฎาม
ยุติธรรม ทาให้เส้นเเตแคนแหงราขป็าณาฯักรไทยอย่ายกวอางขวางยิ่งขน การปรับปรุงเส้น
เขตแคนนไค้กระทากันมาหลาป้คราวแล้อ
คราวที่เพิเงคาเนินการเ5ร็@เมื่ป็เร็ว ๆ นก่ฦึป็ ความตกลงระหอ่างวัศบาลไทยก้บ
รัฐบาล6ังกฤษเปลี่ยนเป็้นเขตเkAuระหว่างประเทศไทยกับพม่าตามแม่น้ำสาย โคยกืป็ ร่ป็ง
นาลืก รป็งแม่นาเบ๋นเรตแคนเสมป็ไป
ในกรณีแมนา*าขน เนึ่ป็งจากใครมี6Qามตกลงระหว่างร้ซบาป็ไทบก้บรัฐบาลธ้งกฤษ
มาแต่เดิมว่า ถ้าแม่นาสาย]ึงเบืนพรมเ\ศนตป็นหนื่งขป็งปร๙้เทศไทยกับพม่าเปลี่ยนทางเคิน
เนึ่ป็ใค รัจบาลทงสเงผายพร้ป็มที่@ะถืป็ ร่งนาสึก ขป็งแม่นาฟ้าบเบ็นเขตแคนเสมป็ไป
โดขไม่คานึงกาวต้ป็งเลีขดินแดนป็ันะพึงมีน
Gรนภเมนาสายเนลี่ยนทางเคิน โคยตัคเหา๗wเข้าไปในดินแดนทางเขึบงตุง ร้ชบาล
ทังป็ุป็งผายฯึงไฐอแต่งตงศณ์ุ้แทนใปตรฤจคูสภาพขงแม่นาสาย ณ ฯังฬวัคเขียงราย เมื่6
วันที ๒๓ มีนา6ม พeศ. ๒&ม๑ 6ณข้ผ้แทนทง่สป็งผาย้ไค้ตรวฯครป็งนาทงเก่าแป็ะใทม่ขป็ง
แม่นาฟ้ายแล้อ พป็ใอ่าร่ป็งนาใหม่เม็นร่6งนาสึก จึงเท็นพ้ป็งกันเสนป็ให้เ่jลี่ยนเท้นเขตแคน
ากทางนาเคิมไปยังทางนาใหม เบืนป็้นว่าpินแคนที่ป็ย่ในรั์หอ่างทางนาเคินแป็ะทางนาใหม
ขึ่งเบืนดินแดนป็งผึาขป็ังกฤษ ต้ป็งโป็นมาป็ยู่ในป็ธิปไตยขธงไทย แA่การโป็นคินเ\คนตาม
kเบบพิธีนนฯั้ ไA้กระทากันภายหล้ง คังที่มฦยป9ิบตมาในfารณีที่ไค้มึการโป็นดินแดนเป็นแม่นา
ปากจั่น เมื่ป็บ็ พ.ศ. ๒&๗์ vเล๗บุฦฦลในบังฦ้บป็ังกฤษ ขงป็ย่บนAินแคนคังกล่าวนน ก็์
ศ้ป็งเปลี่ยนป็ัญขาติมาเบ็นนใทยตามข้ตกลงค้9ย เวนแค์ทำฦๅร้ป็ง]ป็สมัฦรถืป็สัญขาติ
ป็ังกฤษตเป็ไปตามเคิม ภาพในกาหนค เAืป็น นับแต่ว์นโป็นดินแดนที่เกี่ฆวช้ยง ตามพิธี
การกันตป็ไป
ร้ฐบาลไทยไัติคต่ป็กับรัฐบาลป็ังกฤษในเรื่งนเบืนลำกับมา และ๔พิ่งทาฦ9ามตกลง
กันำเร็ฯเมื่ป็ใม่นานมาน
คินแนที่เราได้มานมีเนป็ที่ปร้์ มาณ ๖&0 ไร่ เบ๋นคินทราย มีบางแห่งเหมา๗๗สาหรับ
การเพา้้ ปป็ูกแล๗้การเลยง0ัตว ราษฎรที่ป็าศัฆป็ยู่บนดินแดนที่ว่านมีฯานอนราอ ๗1 6น
เบึน6นในบังับป็ังกฤษราว ๓๒ 6น
ฦวามสาเร่ฯขงรัซบาลในการทาฦวามึ กลงกับรัฯบาลป็ังกฤษ Aังเข่นในกรณี
แม่นาYาฆน หาใข่ฦวามฯาเร็Rmรงแรกขป็งรัฯบาลในระบป็บปรั้ ขาป็ิปไตยไม่ เ\ท้ที่ฯริง
ร์ซบาป็ในระบป็บประขาธิปไตเjเคยทาการเร่นนสำเร๊ฯมาแล้วGรงหนึ่ง ในกรณีแม่นาปากา้น
ทางเขต@ังหุ้คระนฐงกบ่ต๗้นาวฦรี เปลี่ยนเส้นทางเคินใหมขื่งในฦรงนน รัฐบาลไทยกับ
ร้ฯบาคป็ังกฤษฯ+ต้ป็งแลกเปสี่เ่นเกาะ & เกา๗้ แก่กันภเป็๗้กันแล๗รัซบาลไทยก็ใค้พยายาม
เฯรฯากับรัชบาลป็์งกฤษเบ็นคาคับมา \เล๗้สาเร็ฯลงป้มื่6บื พ.ศ. ๒{๗
การเฆลกเปลี่ยนเกาะกันฦรงนน \ราไค้เสียสลั้ Aินแคนไปเบนเนฐที่รวมทงลนประ
มาณ ต0? ไร่ แลฒ๗ไค้มาแวะมาณ ๓๗ฐ ไว ข้าพเA้ายินคี*A่ะกล่าวว่า ส่วนทีไค้มานน
เบนดินแดนที่คี เพราะดินแดนเบื่นสวน นา และนาไม้ ทงราษฎรส่วนมากก็เบึนฦนไทฆ
นป็ๆ่ ฯากน ในขณ๗นรับาลบังกาล้งคำเนินการทาความตก๓งก้บรัฐบาลฐัลกฤษ
เพื่อางหลักการฦืป็ให้ถืป็ ร๋่ป็งนาจึข ฑ เบืนเส้นเขึ แตนว๗หฤๅ่ง เทยกับปร๗้เทศพม่าตป็น
แม่นารวก อคป็ต่ป็@ากแม่นาายไปบรรฯบเkม่นา เง) เพราพ้แม่นารวกไค้เปฟ้ี่ยนทางเคิน๒หม
โAขต้คเขาะเข้าไปใน\รคป็ังกฤษดินแดนรั้ หอ่างทางนาเพิ่มกับทางนาใหM งาะไA้โยนม
ป็ย่ในป็ธิปไตยขป็งไทยในตป็นนนน มีเนป็ที่ประมาณ ๓&00 ไร่ และในเนป็ที่น1นีต้น0ักปลก
ป็ข่เบนำนวนมาก k]้าใฯกันว่าราว ๓๐๐OU ตัน ทงมีที่ำหร้บเป็ยงลัตญ์ศ้วย
ในOQun|กี่ยวกับเ่้นเขตแคนระฬว่างไทยกับป็ินโAฯีนนน ร้ชบาป็ขป็งเราไค้ส่งฦๅขป็
ใปยังรัซบาลฝรั่งฉศสใฬ้มีการปรับปรุงกันเสียใหม่ให้เหมาะ6มAามธรรมขาติ และฦวามมบ๋น
ขวรม ทางรัซบาลผรั่งเศสไค้ตป็บไม่ยป็มรับพิ@ารณาคาร้ป็งขป็งผายเ1ราบาง]้ป็ ตามที่ท่าน
ทงฬายไค้ทราบทั่งกันเyล้ว
ทั่วโลกย่ป็มทราบAีว่า ป็าณาเขตที่เราได้เสียไปแก่ฝรังเศสนนมีเนป็ที่เกืป็บเทาดินแดน
ทงหมคที่ยังมหลืป็ป็ยแก่ปร๗เทศใทยในเวคาน ส่วนดินแดนที่เราฯะไค้มาเนื่ป็งากการปร้บปรุง
ko้นเืขตเเpนตามหลักธรรมชาติแล๗หลักฦวามเบืนธรรมฦรงน Gวามาวิงกประมาณ ต ใน ด0
ขธงดินแดนทงคมคที่เสียใปเทเานนประกป็บA้วยในเุป็านทางร้ชบาลฝรั่งเศ๓ผ้รักความยติป็รร
ก็ย้งเบีคใป็กาป็ใหัเราได้ทาการเจรจาในเรึ่ป็งนต่ป็ไป ฉ๙ฌนนฯึงเบ๋นป็ันว่า มีทางที่าะตกลงกัน
ใค้ค้วยคีโคย๓ันติวิธี
รัฐบาลบ๋@ฯุบ้นันมีท่านนายพป็ศรี หลวงพิบูล0งmราม เบนนายกรัชมนตไี ได้แกลง
ให้เบื่อที่ประจักษ์แก่โลกแล้วว่า ชรั้ เทื ไทยไม่ประ5งฦ์สิ่งใคมาก ไปกอ่าฦวามยุคิธรรมเ\ล
ความสงบ แต่ถ้าไม่ไค้รับฦวามยติธรรม ในเมื่ยไค้ปถิบิตการไปแล้วทุกป็ย่างศามทำนป็ง
Gลป็งป็รรมแลั้ ฦอามdงบ รัฐมาลก็เป็ียใาที่ะศ้ป็งเลิกล้มกตกา5ัญญาไม่รุกรานก่นระฬว่าง
เรากับฝรั่งเศส ส่งที่ท่านนายกรัฐมนตวีไค้กล่าวแป็้วในสภาผ้แทนราษฝ้ร
แต่ป็ย่างไรก็คาม ขป็ให้พี่น้ป็งทงหลายฯงป็ุ่นใ@เถิศว่าร้ซบาลไค้ตกลงใป็ย่าง
11ค๋คเ*ยอที่จฒ๙คาเนินการเรึ่ป็งนไปจนถึงที่ป็ุค ขึ่งั้ ส์ใเร๊@เรีบบร้ป็ยเร็วหรืป็ข้านนก็แล้วเ\ศ
การณ์จะเบืน้ไป ความตกลงเค็คเคี่ยวขป็งรัฐบาลฦรงน ก็มีมลฯานเนื่ป็งมาากฦวามมั่นฑง
เคคเศี่ยวขป็งพี่น้เงร่ฤมขาตินั่นเป็ง เพราะสมาชิกสภาผ้\เทนราษ9วกื่คี ข้าราการผาฆทหาร
พลเรึป็นกื่คี ศหบคี พ่ป็6้า ปร๗้ขาขนก็คี ล้วนพากันเห๊นขป็บแล๗้0นับ0นนการกร์้ ทาขป็ง
รัฯบาลเบืนเกฉันท์ รัฐบาธร้ลึกขป็บ6ุณแลั้ นลมบีศิในฦวามกามัGฦีแน่วแน่ขป็งพวกเรา
ทงขาติในยาม6์บข้นเข่นน ฦุามสามัคGีนี่แหละฦืป็กำลังป็้นมหืมารป็งขาติที่หนุนป็ยเบป็งหลัง
รัฐบาล
ดินแดนที่เราได้มาแล้วก็คือที่ะไค้ต่เไปก็Aี ้นเนื่ป็งมาากการปรับปรุงเ0้นเขตแคน
ตามธรร๖ขาติและฦ9ามเบ็นธรรมนน แม้า๗ไม่มากมายเพีขงใคกื่คาม แต่5ิงที่พี่นัป็งขาวไทย
พึงบีคิพากกมิทั่วกันป็บ่ในข้ป็ทึว่าฦวามสาเร่ฯเหล่าน ย่ป็มเบ๋นการเ]ิคขเกียรติระบธบการ
ปกครป็งบ@ุบ้นขป็งเรา ม}4าป็ำนาไค้ยป็นวับนับถืป็แส้อG่า ปร๗Lทศใทบไค้ถึงฦวามเบืน
ป็ารยะแป็้ว กึ่งทงปวงนก็ะปรากถเบ๋นปร๗Qศการณฟ้ำฦัญๆป็งาmิสืบไปขั่วกาลนาน พี่น้ป็ง
ทงหลายผั มส่ฎนนามา้โึ่งเกีขรติประวตน ย่ป็มะไค้รับ4วามยกย่ป็งป็รรเสริญทฤหน้าาาก
ประขาขาติไทยในป็นาฦต
ขอกวามซขสวัสค่จ}มิแฟ้ท่านผู้รักขาททงหลาย
สวัสดี
|
การปฏิบัติการทางภาคเหนือตอนล่าง
|
| |