สำนักงาน ผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง
ประวัติ , ผังการจัด
สารบัญ
หมวด ๑ กล่าวทั่วไป
หมวด ๒ การรักษาการณ์ด้วยทหารอากาศโยธิน
หมวด ๓ การรักษาการณ์ ด้วยสารวัตรทหาร
หมวด ๔ การรักษาการณ์ ด้วยหน่วยรักษาการณ์
หมวด ๕ รก. ด้วยเวรยามประจำส่วนราชการ
หมวด ๖ ว่าด้วย น.เวรอำนวยการ ทอ.
หมวด ๗ เบ็ดเตล็ด
|

ระเบียบกองทัพอากาศ
ว่าด้วยการรักษาการณ์
พ.ศ.๒๕๒๐
-----------------------
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไข ปรับปรุง ระเบียบเกี่ยวกับการรักษาการณ์ ณ ที่ตั้งหน่วยทหารของ กองทัพอากาศ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกองทัพอากาศ ว่าด้วยการรักษาการณ์ พ.ศ. ๒๕๒๐"
ข้อ ๒ ให้ยกเลิก
- ๒.๑ ระเบียบกองทัพอากาศ ว่าด้วยการรักษาการณ์ ณ ที่ตั้งกองทัพอากาศดอนเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๒
- ๒.๒ ระเบียบกองทัพอากาศ ว่าด้วยการรักษาการณ์ ณ ที่ตั้งกองทัพอากาศดอนเมือง
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๔
- ๒.๓ ระเบียบกองทัพอากาศ ว่าด้วยการรักษาการณ์ ณ ที่ตั้งกองทัพอากาศดอนเมือง
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘
- ๒.๔ ระเบียบกองทัพอากาศ ว่าด้วยเวรยามประจำส่วนราชการต่าง ๆ ในกองทัพอากาศ
พ.ศ. ๒๕๑๒
บรรดาระเบียบ หรือการสั่งการอื่นใด ที่เกี่ยวกับการรักษาการณ์ ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๒ ทวิ ให้ผู้ช่วยเสนาธิการทหารอากาศฝ่ายกำลังพล รักษาการตามระเบียบนี้
หมวด ๑ กล่าวทั่วไป
ข้อ ๓ ความมุ่งหมายในการจัดให้มีการรักษาการณ์ขึ้น มีดังนี้
- ๓.๑ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ อาคาร สถานที่ บุคคล หรือทรัพย์สิน ของทาราชการ
- ๓.๒ เพื่อเป็นกำลังส่วนหนึ่งสำหรับเตรียมพร้อม
- ๓.๓ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยทั้งภายใน และภายนอกหน่วยทหาร
- ๓.๔ เพื่อให้ทหารรู้จักรับผิดชอบ มีความอดทน และสามารถใช้ปฏิภาณไหวพริบในการ
ปฏิบัติหน้าที่ด้วยตนเอง
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
- ๔.๑ "การรักษาการณ์" หมายความว่า การจัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตาม
ความมุ่งหมายในข้อ ๓
- ๔.๒ "สารวัตรทหาร" หมายความว่า เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารอากาศ
- ๔.๓ "หน่วยรักษาการณ์" หมายความว่า เจ้าหน้าที่ทหาร พลเรือน ในสังกัดกองทัพอากาศ
หรือพลเรือนที่ฝากอยู่ในบังคับบัญชาของส่วนราชการต่าง ๆ ในกองทัพอากาศรวมกันจำนวนหนึ่ง
ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้รับผิดชอบรักษาความสงบเรียบร้อย สภานที่ และทรัพย์สินของทางราชการ
ภายในเขตพื้นที่ของส่วนราชการนั้น ๆ
- ๔.๔ "เวร" หมายความว่า เจ้าหน้าที่ทหาร พลเรือน ในสังกัดกองทัพอากาศ หรือพลเรือน
ที่ฝากอยู่ในบังคับบัญชาของส่วนราชการต่าง ๆ ในกองทัพอากาศ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้รับผิดชอบ
รักษาความปลอดภัยแก่ สภานที่ ทรัพย์สิน พื้นที่ ของทางราชการ หรือบุคคล ตามระยะเวลาที่
กำหนด ภายในรอบไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง จะมีอาวุธประจำกายหรือไม่ก็ได้
- ๔.๕ "ยาม" หมายความว่า เจ้าหน้าที่ทหาร พลเรือน ในสังกัดกองทัพอากาศ หรือพลเรือน
ที่ฝากอยู่ในบังคับบัญชาของส่วนราชการต่าง ๆ ในกองทัพอากาศ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้รับผิดชอบ
การรักษาความปลอดภัยแก่ สภานที่ ทรัพย์สิน พื้นที่ ของทางราชการ หรือบุคคล ตามระยะเวลาที่
กำหนด เป็นผลัด ๆ ต้องมีอาวุธประจำกายเสมอ
- ๔.๖ "ที่ตั้งหน่วยทหาร" หมายถึง พื้นที่ หรือกลุ่มพื้นที่ ซึ่งมีส่วนราชการต่าง ๆ ของกองทัพ
อากาศตั้งอยู่ รวมทั้งพื้นที่เขตปลอดภัยในราชการทหาร โดยรอบที่ตั้งนั้นด้วย
- ๔.๗ "ที่ตั้งกองทัพอากาศดอนเมือง" หมายความว่า พื้นที่ของกองทัพอากาศ ณ ดอนเมือง
ทั้งหมด รวมทั้งพื้นที่เขตปลอดภัยในราชการทหาร ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปลอดภัยใน
ราชการทหารแห่งกองทัพอากาศ ในท้องที่ อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร และ อำเภอลำลูกกา
จังหวัดปทุมธานี
- ๔.๘ "ศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์" หมายถึง ที่บังคับการ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและ
อำนวยการปฏิบัติของหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน และประสานการปฏิบัติของการรักษาการณ์
ประเภทอื่น ๆ ณ ที่ตั้งหน่วยทหารนั้น ๆ
- ๔.๙ "ชุดตรวจเคลื่อนที่เร็ว" หมายความว่า ทหารพร้อมด้วยอาวุธ จำนวนตั้งแต่ ๒ ถึง ๕ คน
จัดขึ้นเป็นชุด มีหน้าที่ใช้กำลังปฏิบัติการขั้นต้น เมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้น และตรวจเขตพื้นที่รับผิดชอบ
โดยใช้ยานพาหนะ และเครื่องมือสื่อสาร
- ๔.๙ "ชุดตอบโต้เร็ว" หมายความว่า ทหารพร้อมด้วยอาวุธ จำนวนไม่เกิน ๑๓ คน จัดขึ้นเป็นชุด
มีหน้าที่ใช้กำลังป้องกันและปราบปราม เมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้น โดยใช้ยานพาหนะ และเครื่องมือสื่อสาร
ข้อ ๕ การรักษาการณ์ ณ ที่ตั้งหน่วยทหารของกองทัพอากาศ แบ่งออกเป็น ๔ ประเภท
- ๕.๑ การรักษาการณ์ ด้วยทหารอากาศโยธิน
- ๕.๒ การรักษาการณ์ ด้วยสารวัตรทหาร
- ๕.๓ การรักษาการณ์ ด้วยหน่วยรักษาการณ์
- ๕.๔ การรักษาการณ์ ด้วยเวรยามประจำส่วนราชการ
ข้อ ๖ การแบ่งเขตรับผิดชอบในการรักษาการณ์
- ๖.๑ ทหารอากาศโยธิน มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ภายในที่ตั้งหน่วยทหาร ที่อยู่นอกเขต
รับผิดชอบของส่วนราชการต่าง ๆ ในที่ตั้งหน่วยทหารนั้น และเขตพื้นที่บางส่วนตามที่ส่วนราชการ
ต่าง ๆ ตกลงมอบหมายให้อยู่ในความรับผิดชอบของทหารอากาศโยธิน รวมทั้งพื้นที่รักษาความ- ปลอดภัยที่ได้รับมอบด้วย
- ๖.๒ สารวัตรทหาร มีหน้าที่รับผิดชอบ
- ๖.๒.๑ พื้นที่ตามข้อตกลงกับจังหวัดทหารบก หรือมณฑลทหารบก
- ๖.๒.๒ พื้นที่เขตปลอดภัยในราชการทหาร
- ๖.๒.๓ พื้นที่ภายในที่ตั้งหน่วยทหารที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบในการ
รักษาการณ์ของส่วนราชการอื่น ๆ
- ๖.๓ หน่วยรักษาการณ์ มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ภายในเขตที่ผู้บังคับบัญชาของส่วนราชการ
นั้น ๆ มอบหมาย
- ๖.๔ เวรยามประจำส่วนราชการ มีหน้าที่รับผิดชอบภายในเขตพื้นที่ของส่วนราชการนั้น ๆ
ซึ่งสำหรับที่ตั้งดอนเมือง ให้เป็นไปตามแผนผังใน ผนวก ๑ ท้ายระเบียบนี้ ส่วนที่ตั้งหน่วยทหาร
แห่งอื่น ให้หัวหน้าส่วนราชการสูงสุด ณ ที่นั้น เป็นผู้กำหนด
- ๖.๕ สำหรับพื้นที่ ตามข้อ ๖.๒ ข้อ ๖.๓ และข้อ ๖.๔ ให้ศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์
หน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน ควบคุม ประสาน และรับผิดชอบ เป็นส่วนรวม
หมวด ๒ การรักษาการณ์ ด้วยทหารอากาศโยธิน
ข้อ ๗ การจัดตั้ง ที่ตั้งหน่วยทหาร ซึ่งมีกำลังทหารอากาศโยธินประจำอยู่ตั้งแต่หนึ่งกองร้อยขึ้นไป
จัดทหารอากาศโยธินเข้าปฏิบัติหน้าที่รักษาการณ์ในที่ตั้งหน่วยทหารนั้น จัดเป็นหน่วยรักษาการณ์ขึ้น
เรียกชื่อว่า "หน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน" สำหรับที่ตั้งหน่วยทหารที่มีกำลังทหารอากาศโยธินประจำอยู่
น้อยกว่าหนึ่งกองร้อย หากไม่สามารถจัดหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธินโดยสมบูรณ์ ตามที่กำหนดในข้อ ๘.๑ ก็ให้พิจารณาจัดเฉพาะเท่าที่จำเป็น
ข้อ ๘ การจัดกำลัง
- ๘.๑ หน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน ประกอบด้วย
- ๘.๑.๑ ศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์
- ๘.๑.๒ ชุดตรวจเคลื่อนที่เร็ว
- ๘.๑.๓ ชุดตอบโต้เร็ว
- ๘.๑.๔ ชุดตอบโต้เร็วสำรอง
- ๘.๑.๕ ยามรักษาการณ์
- ๘.๒ กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ประจำหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน จัดจาก
หน่วยทหารอากาศโยธิน ณ ที่ตั้งนั้น ๆ และอาจจัดจากหน่วยเกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้ตามความจำเป็น
- ๘.๓ จำนวนเจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน ให้เป็นไปตามที่
ผู้บังคับฐานบิน หรือผู้บังคับบัญชาสูงสุด ณ ที่ตั้งหน่วยทหารนั้น ๆ จะพิจารณากำหนดขึ้น เพื่อให้ เป็นไปตามระเบียบนี้
ข้อ ๙ การบังคับบัญชา ให้หน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน อยู่ในบังคับบัญชาของผู้มีอำนาจ
บังคับบัญชา ซึ่งประกอบด้วยผู้บังคับบัญชา และผู้รับมอบอำนาจบังคับบัญชา ดังต่อไปนี้
- ๙.๑ ผู้บังคับบัญชาหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน
- ๙.๑.๑ ที่ตั้งกองทัพอากาศดอนเมือง ได้แก่
- ๙.๑.๑.๑ ผู้บัญชาการทหารอากาศ
- ๙.๑.๑.๒ ผู้บังคับบัญชาเหนือผู้บัญชาการทหารอากาศขึ้นไป
- ๙.๑.๒ ที่ตั้งหน่วยทหารแห่งอื่น ๆ ได้แก่
- ๙.๑.๒.๑ ผู้บังคับบัญชาสูงสุด ณ ที่ตั้งนั้น ๆ
- ๙.๑.๒.๒ ผู้บังคับบัญชาเหนือผู้บังคับบัญชาสูงสุด ณ ที่ตั้งนั้น ๆ
- ๙.๒ ผู้รับมอบอำนาจบังคับบัญชา หน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน
- ๙.๒.๑ ที่ตั้งกองทัพอากาศดอนเมือง ได้แก่
- ๙.๒.๑.๑ นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์
- ๙.๒.๑.๒ ผู้บัญชาการกรมอากาศโยธิน
- ๙.๒.๒ ที่ตั้งหน่วยทหารแห่งอื่น ๆ ได้แก่ นายทหารเวรศูนย์ควบคุม
การรักษาการณ์ ณ ที่ตั้งหน่วยทหารนั้น ๆ
- ๙.๓ ให้ผู้รับมอบอำนาจบังคับบัญชา ตามข้อ ๙.๒ มีอำนาจสั่งลงทัณฑ์เจ้าหน้าที่
หน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน ในความผิดเกี่ยวกับหน้าที่รักษาการณ์ ตามกฎหมายว่าด้วย วินัยทหารได้
ข้อ ๑๐ ผู้มีอำนาจตรวจการปฏิบัติกิจรักษาการณ์ ได้แก่
- ๑๐.๑ ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของทหารซึ่งจัดเข้ารักษาการณ์ นับตั้งแต่ชั้นผู้บังคับฝูงบิน
หรือเทียบเท่าขึ้นไป สำหรับหน่วยตั้งแต่ฝ่ายการฐานบินลงมา ตั้งแต่ชั้นผู้บังคับหมวดบินชั้น ๒ หรือเทียบเท่าขึ้นไป
- ๑๐.๒ นายทหารเวรอำนวยการกองทัพอากาศ และผู้ช่วยนายทหารเวรอำนวยการ
กองทัพอากาศ เฉพาะที่ตั้งกองทัพอากาศดอนเมือง
- ๑๐.๓ ผู้มีอำนาจสั่งการแทนผู้บังคับบัญชา ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วย
การสั่งการ
และโฆษณาการ พ.ศ.๒๕๐๗
- ๑๐.๔ นายทหารสัญญาบัตร ผู้รับมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ตรวจกิจรักษาการณ์
แทนผู้บังคับบัญชา ตามตำแหน่งดังกล่าวในข้อ ๑๐.๑
ข้อ ๑๑ นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
- ๑๑.๑ บังคับบัญชาทหารซึ่งจัดเข้าประจำหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน ตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง
- ๑๑.๒ ตรวจสอบความพร้อมเพรียงและความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ อาวุธ และอุปกรณ์ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน
- ๑๑.๓ ควบคุมและอำนวยการปฏิบัติใหเป็นไปตามภารกิจของหน่วยรักษาการณ์อากาศ-
โยธิน
- ๑๑.๔ ต้องประจำอยู่ที่ศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ตลอดเวลา เว้นแต่เมื่อมีเหตุจำเป็นและ
ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน แต่ต้องสามารถติดต่อกับศูนย์ควบคุม การรักษาการณ์ได้ตลอดเวลา
- ๑๑.๕ จะเพิ่ม ลด หรือย้ายหน้าที่เวรยามโดยพลการไม่ได้
- ๑๑.๖ สั่งเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาการณ์อากาศโยธินใช้อาวุธได้ ตามสมควรแก่เหตุ ในกรณี
ดังต่อไปนี้
- ๑๑.๖.๑ ป้องกันบุคคล หรือสิ่งที่ได้รับมอบหมาย
- ๑๑.๖.๒ ป้องกันมิให้เกิดเหตุหรืออันตรายร้ายแรงเกิดขึ้นแก่การรักษาการณ์
- ๑๑.๖.๓ เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน
- ๑๑.๗ ถ้าเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาการณ์อากาศโยธินเกิดเจ็บป่วยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่
ต่อไปได้ให้ส่งตัวกลับและแจ้งให้หน่วยต้นสังกัดจัดเจ้าหน้าที่มาแทน
- ๑๑.๘ เมื่อนายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ป่วย ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
ให้รายงานผู้มีอำนาจผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปทราบเพื่อจัดหาคนแทน เมื่อได้รับอนุญาตและมี ผู้มารับหน้าที่แทนแล้ว จึงจะพ้นหน้าที่ได้
- ๑๑.๙ เมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น ต้องรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปทราบ
โดยด่วน พร้อมกับชี้แจงว่าได้ปฏิบัติไปอย่างใด
- ๑๑.๑๐ เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้น ณ ศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ ให้นายทหารเวรศูนย์ควบคุม
การรักษาการณ์ อำนวยการดับเพลิงตามแผนการดับเพลิงที่กำหนดไว้ ถ้าเหลือความสามารถที่จะ
ดับได้ ให้รีบดำเนินการขนอาวุธ กระสุน และอุปกรณ์ไปเก็บรักษาไว้ ณ ที่ใกล้เคียงให้ปลอดภัย โดยด่วน
- ๑๑.๑๑ เมื่อตรวจพบหรือได้รับรายงานว่ามีอุบัติเหตุ หรือเกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือ
ทรัพย์สิน หรือมีการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้นในบริเวณรับผิดชอบ ให้แจ้งสารวัตรทหารดำเนินการ ต่อไป
- ๑๑.๑๒ ตรวจสอบเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาการณ์อากาศโยธินให้รู้หน้าที่ของตน และปฏิบัติ
ได้ถูกต้องเรียบร้อย
ข้อ ๑๒ จ่าอากาศยุทธการ มีหน้าที่ดังนี้
- ๑๒.๑ ช่วยนายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ ควบคุมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่
รักษาการณ์ทั้งหมด
- ๑๒.๒ รับผิดชอบและดำเนินการในด้านการติดต่อสื่อสาร
- ๑๒.๓ ประสานการปฏิบัติกับจ่าอากาศแผนที่ของศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ในการทำ
แผนที่สถานการณ์
- ๑๒.๔ ปฏิบัติตามที่นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์มอบหมาย
ข้อ ๑๓ จ่าอากาศแผนที่ มีหน้าที่ดังนี้
- ๑๓.๑ ดูแลและการทำแผนที่สถานการณ์ของศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ให้ถูกต้องและ
ทันสมัยตลอดเวลา
- ๑๓.๒ เมื่อมีเหตุการณ์ที่อาจเป็นภัยเกิดขึ้น ต้องบันทึกเรื่องและเหตุการณ์ต่าง ๆ ลงใน
แผนที่สถานการณ์ทันที
โดยประสานกับจ่าอากาศยุทธการ
- ๑๓.๓ บันทึกลำดับความสำคัญของที่ตั้งหน่วยทหารลงในแผนที่สถานการณ์
- ๑๓.๔ ชี้แจงรายละเอียดของภูมิประเทศบนแผนที่ในเขตรับผิดชอบแก่ผู้บังคับบัญชา
และผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ตามที่ต้องการ
- ๑๓.๕ รายงานให้นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ทราบทันที เมื่อมีการ
เปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมแผนที่สถานการณ์
- ๑๓.๖ ปฏิบัติตามที่นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์มอบหมาย
ข้อ ๑๔ เสมียนเวร มีหน้าที่ดังนี้
- ๑๔.๑ บันทึกการปฏิบัติงานประจำวันของศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ให้ถูกต้อง
โดยละเอียด
- ๑๔.๒ รับผิดชอบการสั่งการของศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ และรายงานของหน่วยปฏิบัติ เก็บไว้เป็นหลักฐาน
- ๑๔.๓ รับผิดชอบเอกสาร และงานด้านธุรการต่าง ๆ ของศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์
- ๑๔.๔ ปฏิบัติตามที่นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์มอบหมาย
ข้อ ๑๕ ชุดตรวจเคลื่อนที่เร็ว มีหน้าที่ดังนี้
- ๑๕.๑ ปฏิบัติการป้องกันและระงับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ
- ๑๕.๒ เป็นสายตรวจยานยนต์ ตรวจตราความเรียบร้อย และการปฏิบัติของยามรักษาการณ์
ตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ
- ๑๕.๓ ปฏิบัติตามที่นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์มอบหมาย
ข้อ ๑๖ หัวหน้าชุดตรวจเคลื่อนที่เร็ว มีหน้าที่ดังนี้
- ๑๖.๑ บังคับบัญชาชุดตรวจเคลื่อนที่เร็ว
- ๑๖.๒ รับผิดชอบ ตรวจตรา กำลังพล อาวุธ กระสุน เครื่องมือสื่อสาร ยานพาหนะ และ
อุปกรณ์ของชุด
ให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะปฏิบัติการได้ทันที
- ๑๖.๓ รับผิดชอบในการปฏิบัติการป้องกัน และระงับเหตุร้ายที่เกิดขึ้น ในพื้นที่รับผิดชอบ
- ๑๖.๔ ให้คำแนะนำและช่วยเหลือยามรักษาการณ์ ตามความจำเป็น
- ๑๖.๕ ชี้แจง ทบทวน เจ้าหน้าที่ภายในชุดให้ทราบรายละเอียดที่ต้องปฏิบัติ
ข้อ ๑๗ ชุดตอบโต้เร็ว มีหน้าที่ ปฏิบัติการตอบโต้ ปราบปราม และขัดขวางฝ่ายตรงข้ามทันที
เมื่อได้รับคำสั่ง และปฏิบัติตามที่นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์มอบหมาย
ข้อ ๑๘ หัวหน้าชุดตอบโต้เร็ว มีหน้าที่ดังนี้
- ๑๘.๑ บังคับบัญชาชุดตอบโต้เร็ว
- ๑๘.๒ รับผิดชอบ ตรวจตรา กำลังพล อาวุธ กระสุน เครื่องมือสื่อสาร ยานพาหนะ และ
อุปกรณ์ของชุด
ให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะปฏิบัติการได้ทันที
- ๑๘.๓ รับผิดชอบในการดำเนินการ ตอบโต้ ขัดขวาง และปราบปราม ในทันทีเมื่อได้รับ
คำสั่ง
- ๑๘.๔ ชี้แจง ทบทวน เจ้าหน้าที่ภายในชุด ให้ทราบรายละเอียดที่ต้องปฏิบัติ
ข้อ ๑๙ ชุดตอบโต้เร็วสำรอง มีหน้าที่ ทดแทน สนับสนุน และเพิ่มเติมกำลังให้แก่ชุดตอบโต้เร็ว เมื่อได้รับคำสั่ง
ข้อ ๒๐ ยาม มีหน้าที่ดังนี้
- ๒๐.๑ ต้องรู้หน้าที่ของตน และความสำคัญของสถานที่ที่ต้องรับผิดชอบโดยละเอียด
- ๒๐.๒ ต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น แม้จะมีผู้อ้างว่าได้รับคำสั่ง
มาจากผู้มีอำนาจบังคับบัญชา ก็มิให้ปฏิบัติตามเป็นอันขาด
- ๒๐.๓ ต้องรักษาหน้าที่โดยเคร่งครัด จะละทิ้งหรือไปจากสถานที่หรือบริเวณที่ตนต้อง
รับผิดชอบไม่ได้เป็นอันขาด นอกจากมีผู้มาผลัดเปลี่ยนตามระยะเวลา หรือตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ บังคับบัญชา
- ๒๐.๔ ตรวจตราบริเวณสถานที่ ทรัพย์สิน ที่ได้รับมอบหมายให้ได้รับความปลอดภัย
- ๒๐.๕ ห้ามบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณ หรือสถานที่ที่รับผิดชอบ ถ้าฝ่าฝืน
ให้จับกุมตัวไว้ แล้วรายงานให้นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ทราบทันที
- ๒๐.๖ ต้องรายงานให้นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ทราบ เมื่อมีเหตุการณ์
ผิดปกติเกิดขึ้น หรือมีพฤติการณ์ที่ชวนให้สงสัยว่าจะมีการก่อการร้ายขึ้น
- ๒๐.๗ ขณะปฏิบัติหน้าที่ต้องถืออาวุธอยู่ในสภาพพร้อมที่จะปฏิบัติงานได้ทันที ถ้าใช้
อาวุธปืนที่มีดาบปลายปืน ให้ติดดาบปลายปืนด้วยเสมอ เว้นแต่ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วย
รักษาการณ์อากาศโยธินจะสั่งการเป็นอย่างอื่น
- ๒๐.๘ เมื่อเกิดเจ็บป่วยในขณะปฏิบัติหน้าที่ และไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ต้อง
รายงานให้นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ทราบทันที
ข้อ ๒๑ อำนาจ และการใช้อาวุธของยาม
- ๒๑.๑ ยาม มีอำนาจ ดังนี้
- ๒๑.๑.๑ ห้ามปราบหรือจับกุมผู้ฝ่าฝืน ผู้ขัดขืนการปฏิบัติหน้าที่ของยามหรือ
ผู้ล่วงล้ำเข้ามาในบริเวณที่ยามรับผิดชอบ
- ๒๑.๑.๒ ช่วยทำการจับกุมผู้กระทำผิดที่อยู่ใกล้เขตรับผิดชอบของยามตาม
ความจำเป็น เมื่อได้รับการร้องขอจากสารวัตรทหาร หรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง แต่ทั้งนี้
ต้องไม่เป็นการเสียหายต่อหน้าที่ที่ตนรักษาอยู่ แล้วรายงานให้นายทหารเวรศูนย์ควบคุม- การรักษาการณ์ทราบ
- ๒๑.๒ ยามอาจใช้อาวุธได้ตามสมควรแก่เหตุ โดยพยายามใช้อาวุธจากลักษณะเบาไปหา
หนัก ตั้งแต่ ตี แทง จนถึงยิง ต่ออวัยวะที่สำคัญน้อยไปหามากตามลำดับ และจะใช้อาวุธได้ในกรณี ต่อไปนี้
- ๒๑.๒.๑ ป้องกันตนเอง บุคคล ทรัพย์สิน สถานที่ หรือบริเวณที่ตนรักษา
- ๒๑.๒.๒ ผู้ถูกจับกุมขัดขืนคำสั่ง หรือแสดงกิริยาต่อสู้ขัดขวาง หรือพยายามหลบหนี
- ๒๑.๒.๓ ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธินสั่ง
ข้อ ๒๒ ข้อห้ามของยามขณะปฏิบัติหน้าที่
- ๒๒.๑ ห้ามยืนพิง หรือท้าวปืน ต้องยืนด้วยท่าองอาจ และเป็นสง่าอยู่เสมอ
- ๒๒.๒ ห้ามปล่อยอาวุธออกจากตัวเป็นอันขาด
- ๒๒.๓ ห้ามสูบบุหรี่ หรือรับประทาน หรือเครื่องดื่มใด ๆ (เว้นน้ำดื่ม)
- ๒๒.๔ ห้ามอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ของตน
- ๒๒.๕ ห้ามรับหรือรับฝากเงิน หรือสิ่งของ จากผู้ใดเป็นอันขาด
- ๒๒.๖ ห้ามพูดคุยกับผู้ใด เว้นแต่เรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่ของตน
- ๒๒.๗ ห้ามใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ หรือไม่สมควรต่อผู้อื่น
- ๒๒.๘ ห้ามร้องรำทำเพลง หรือส่งเสียงดัง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ข้อ ๒๓ การเปลี่ยนเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน
- ๒๓.๑ การสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่และกำลังทหารที่จัดประจำหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน
โดยปกติให้กระทำทุก ๒๔ ชั่วโมง
- ๒๓.๒ การจัดผลัดเจ้าหน้าที่และกำลังทหารประจำหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธินที่จัดขึ้น
แต่ละวัน ให้ผู้มีอำนาจสั่งจัดหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน กำหนดตามความจำเป็นและเหมาะสม
- ๒๓.๓ การเปลี่ยนและรับส่งเจ้าหน้าที่ของศูนย์รักษาการณ์ ให้ปฏิบัติดังนี้
- ๒๓.๓.๑ สถานที่และกำหนดเวลารับส่งหน้าที่ ให้ผู้มีอำนาจสั่งจัดหน่วย
รักษาการณ์อากาศโยธิน กำหนดขึ้นตามความเหมาะสม
- ๒๓.๓.๒ หากเจ้าหน้าที่เวรยามผลัดต่อไป ยังไม่มารับหน้าที่ ให้เวรยามเดิม
รักษาการณ์อยู่ต่อไป และ
ให้รายงานให้นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ทราบ
- ๒๓.๔ ก่อนถึงเวลาเปลี่ยนเจ้าหน้าที่และกำลังทหารประจำหน่วยรักษาการณ์ ๑ ชั่วโมง ให้
นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ชุดใหม่ อบรมชี้แจงหน้าที่และความรับผิดชอบ ตลอดจน
รายละเอียดต่าง ๆ แก่เจ้าหน้าที่และกำลังทหารชุดใหม่
- กำลังทหารที่จะเข้าเวรยามผลัดต่อไป และผลัดหนุน ซึ่งได้รับการอบรมชี้แจงแล้ว ให้ประจำ
อยู่ ณ ที่ตั้งซึ่งผู้มีอำนาจสั่งจัดหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธินกำหนด และคงอยู่ในความควบคุมของ
นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์
ข้อ ๒๔ การแต่งกาย
- ๒๔.๑ นายทหารเวร และเจ้าหน้าที่ของศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ แต่งเครื่องแบบปกติ
คอพับ หรือเครื่องแบบฝึก
- ๒๔.๒ ชุดตรวจเคลื่อนที่เร็ว ชุดตอบโต้เร็ว และยามรักษาการณ์ แต่งเครื่องแบบฝึก
สวมหมวกเหล็ก หรือรองในหมวกเหล็ก หรือแต่งชุดพราง สำหรับพลขับจะแต่งเครื่องแบบปกติ คอพับก็ได้
- ๒๔.๓ หน่วยรักษาการณ์อากาศโยธินใด จะแต่งเครื่องแบบชนิดใด ตามที่กำหนดไว้ใน
ข้อ ๒๔.๑ และข้อ ๒๔.๒ ให้ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน กำหนดตาม ความเหมาะสม
- ๒๔.๑ นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ ให้มีเครื่องหมายแสดงตัวเป็นปลอกแขน
ผ้าสีขาว มีขนาดกว้าง ๑๑.๕ เซนติเมตร กึ่งกลางปลอกแขนมีอักษรย่อ "รก" ปักด้วยด้ายหรือไหม
สีน้ำเงินดำ ขนาดตัวอักษรสูง ๔ เซนติเมตร สวมติดที่แขนเสื้อข้างขวากึ่งกลางระหว่างไหล่กับ
ข้อศอก โดยให้อักษรอยู่ด้านนอกมองเห็นได้ง่าย
ข้อ ๒๕ อาวุธที่ใช้ในหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน
- ๒๕.๑ นายทหารเวรศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ ให้มีอาวุธปืนพก พร้อมด้วยกระสุนเต็ม
อัตรา ๑ ซองกระสุน จำนวน ๑ กระบอก ใช้ประกอบกับซองปืนชนิดร้อยเข็มขัดคาดเอว ซึ่งมีลักษณะ
พอเหมาะกับขนาดของปืน ให้ปืนอยู่ทางด้านขวามือระหว่างห่วงกางเกงสำหรับสอดเข็มขัดด้านหน้า
และด้านข้าง เข็มขัดขาดเอวทำด้วยด้ายถักเช่นเดียวกับที่ใช้กับเครื่องแบบฝึก
- ๒๕.๒ เจ้าหน้าที่ของศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ ควรมีอาวุธชนิดใดหรือไม่ แล้วแต่
ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน จะพิจารณาตามความเหมาะสม
- ๒๕.๓ ชุดตรวจเคลื่อนที่เร็ว ชุดตอบโต้เร็ว และยามรักษาการณ์จะให้มีอาวุธ กระสุน
ชนิดใด และจำนวนเท่าใด ให้เป็นไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วยรักษาการณ์ อากาศโยธิน
- ๒๕.๔ สำหรับอาวุธประจำกายของศูนย์ควบคุมการรักษาการณ์ ชุดตรวจเคลื่อนที่เร็ว
ชุดตอบโต้เร็ว และยามรักษาการณ์ ให้เก็บกระสุนไว้ในที่เก็บกระสุนประจำตัว การบรรจุกระสุน
เตรียมพร้อม จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคำสั่งจากผู้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วยรักษาการณ์อากาศ
โยธิน หรือเมื่อมีเหตุการณ์เฉพาะหน้า ที่จะเป็นอันตรายต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตนเท่านั้น
ข้อ ๒๖ การติดต่อสื่อสารของหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน ให้เป็นไปตามแผนป้องกันที่ตั้งหน่วย
และตามคำสั่งของผู้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วยรักษาการณ์อากาศโยธิน
|
หมวด ๑ กล่าวทั่วไป
หมวด ๒ การรักษาการณ์ด้วยทหารอากาศโยธิน
หมวด ๓ การรักษาการณ์ ด้วยสารวัตรทหาร
หมวด ๔ การรักษาการณ์ ด้วยหน่วยรักษาการณ์
หมวด ๕ การรักษาการณ์ ด้วยเวรยามประจำส่วนราชการ
หมวด ๖ ว่าด้วยนายทหารเวรอำนวยการกองทัพอากาศ
หมวด ๗ เบ็ดเตล็ด
|
เหตุด่วน, เหตุร้าย แจ้ง ศูนย์ควบคุมและสั่งการ พัน.สห.ทอ. โทร. 534-2117 - 9 ทอ. 2-2197 - 9
แจ้งเบาะแสแหล่งอบายมุข, ยาเสพติดให้โทษ, แหล่งการพนัน ผบ.พัน.สห.ทอ. โทร. 534-2113 โทรสาร. 523-7596
E-mail:dmbc4@ksc.th.com
|
|