[ Map of Thailand ]
dp dmbc kk mp

ส่วนราชการ กพ.ทอ. (กคพ. ธทร.2-426)
ที่ กห 0603.5/903

บันทึกข้อความ

วันที่ 16 มี.ค.42
เรื่อง ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด พ.ศ.2542
เรียน ผบ.ทอ.
1. สนผ.กห.มีหนังสือเสนอ ทอ.เพื่อยึดถือปฏิบัติและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบ
สำนักนายก ฯ ดังรายละเอียดตามหนังสือ สนผ.กห.ที่ ต่อ (ฉบับ กห.เลขรับ 1183/42) ลง 22 ก.พ.42 ที่แนบ
2. กพ.ทอ.ตรวจสอบแล้ว ระเบียบสำนักนายก ฯ ตามข้อ 1 สลค.ได้ส่งให้ รมว.กห.เพื่อแจ้งให้
ส่วนราชการในสังกัดทราบและถือปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนร่วม
ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งสรุปสาระสำคัญในส่วนที่ทอ.จะต้องทราบและปฏิบัติดังนี้
2.1 ระเบี่ยบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐ
มิให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด พ.ศ.2542" ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.42 เป็นต้นไป
2.2 "เกี่ยวข้องกับยาเสพติด" หมายความว่า พฤติการณ์ซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำใด ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต นำเข้า ส่องออก จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติด หรือมีไว้
ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือ 2 เกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดอันเป็นความผิด
ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
2.3 "เจ้าหน้าที่ของรัฐ" หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการกลาง
ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น และหมายรวมถึง เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
  พนักงานหรือลูกจ้างของรัญวิสาหกิจ  หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
2.4 ให้หน่วยงานของรัฐรณรงค์ให้ข่าวสารเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด การดำเนินการทางวินัย
กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตลอดถึงโทษอาญาในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
2.5 ให้ ทอ.ดำเนินการจัดให้มีระบบการข่าว และศูนย์รับแจ้งข่าวเกี่ยวกับการกระทำที่เกี่ยวข้อง
กับยาเสพติด
2.6 ให้ผู้แทน ทอ.เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลหรือข่าวสารเกี่ยวกับการกระทำที่
เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ประจำภาคกลาง ภาคตะวัยออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และมีหน้าที่ ดังนี้
2.6.1  พิจารณาการกล่าวหาร้องเรียนหรือข้อมูลหรือข่าวสาร เพื่อวินิจฉัยเบื้องต้นเกี่ยวกับการกระทำที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของเจ้าหน้าที่รัฐ และหาข้อมูล ข่าวสารเพิ่มเติ่ม
2.6.2 ติดตามการดำเนินการของผู้บังคับบัญชาต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อรายงานไปยัง เลขาธิการ ป.ป.ส. โดยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความ ร่วมมือและอำนวยความสะดวกตามสมควร
2.7 เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด เว้นแต่เป็นการกระทำกับ สามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดาน
2.7.1 สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือจัดหา หรือให้เงินหรือทรัพย์สิน ยานพาหนะ สถานที่ หรือวัตถุใด ๆ เพื่อประโยชน์หรือความสะดวกแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด หรือรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือคบค้าสมาคมเป็นอาจิณกับ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยรู้หรือควรจะได้รู้ว่าผู้นั้นเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
2.7.2 เป็นผู้ประกันผู้ต้องหาหรือจำเลย ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในข้อหา ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติด หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุ ออกฤกทธิ์อัยเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
2.8 เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้คณะกรรมการตามข้อ 2.6 วินิจฉัยเบื้องต้นก่อน หากมีมูลเพียงพอให้แจ้ง เลขาธิการ ป.ป.ส.ภายในสิบวัน และให้เลขาธิการ ป.ป.ส. แจ้งผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาภายในสิบวัน
2.9 ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ สอดส่องดูแลหรือป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด และเมื่อมีการกล่าวหาร้องเรียนหรือได้รับแจ้งตามข้อ 2.8 ให้ดำเนินการตามหน้าที่ทันที หาก ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ยุติเรื่อง หรือให้ดำเนินการทางวินัยให้แจ้งคณะกรรมการภายในสิบวัน เพื่อรายงาน เลขาธิการ ป.ป.ส. ต่อไป
2.10 เมื่อผู้บังคับบัญชาได้รับแจ้งผลการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้ว ต้องดำเนินการต่อไปโดยเร็ว แล้วแจ้งให้คณะกรรมการตามข้อ 2.6 ภายในสิบวัน เพื่อรายงาน เลขาธิการ ป.ป.ส. ต่อไป
2.11 เมื่อผู้บังคับบัญชาผู้ใดละเลย ไม่ดำเนินการตามหน้าที่ตามข้อ 2.9 หรือ 2.10 ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดวินัย
2.12 กรณีที่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่การสอบสวน ไม่ได้ความแน่ชัดพอที่จะสั่งลงโทษทางวินัยได้ อาจดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ผู้นั้นออกนอกเขตพื้นที่ ที่ปฏิบัติราชการอยู่ โดยรายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชาตามระยะเวลาที่กำหนดด้วยก็ได้ หรือนำพฤติการณ์ นั้นมาประกอบการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลื่อนขั้นเงินเดือน ยศ และความดีความชอบประจำปี
2.13 เมื่อผู้บังคับบัญชาผได้รับแจ้งจาก เลขาธิการ ป.ป.ส.ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำผิด เกี่ยวกับยาเสพติดและถูกจับกุม ให้ดำเนินการทางวินัย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการทางกฎหมายแก่ผู้กระทำความผิดนั้น
3. กพ.ทอ.พิจารณาแล้ว ระเบียบสำนักนายก ฯ ตามข้อ 1 เป็นเรื่องที่ข้าราชการและลูกจ้าง ทอ. จะต้องทราบและ ถือปฏิบัติ จึงเห็นสมควรให้ดำเนินการ ดังนี้
3.1 ให้ ศปส.ทอ.พิจารณากำหนดเกี่ยวกับศูนย์รับแจ้งข่าว ตามข้อ 2.5 และผู้แทน ทอ. ตามข้อ 2.6
3.2 สำเนาเรื่องนี้นำเรียนผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพื่อทราบ และเสนอ นขต.ทอ.เพื่อ
ถือปฏิบัติต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา หากเห็นชอบด้วยขอได้อนุมัติตามข้อ 3 แล้ว กพ.ทอ.จะได้ดำเนินการต่อไป
(ลงชื่อ) น.อ.มนู อเนกสุข
รอง จก.กพ.ทอ.ทำการแทน
จก.กพ.ทอ.

- อนุมัติ

ขอให้เน้นข้อ 2.7.2 เป็นพิเศษ เพราะได้มีการสั่งการไว้ก่อนแล้ว
ให้ข้าราชการ ทอ.ที่ใช้ตำแหน่ง เป็นผู้ประกันผู้ต้องหาหรือจำเลย
(ลงชื่อ) พล.อ.อ.ธนนิตย์ เนียมทันต์
ผบ.ทอ.
24 มี.ค. 42

เหตุด่วน, เหตุร้าย แง ศูนย์ควบคุมและสั่งการ พัน.สห.ทอ. โทร. 534-2117 - 9 ทอ. 2-2197 - 9
แจ้งเบาะแสแหล่งอบายมุข, ยาเสพติดให้โทษ, แหล่งการพนัน ผบ.พัน.สห.ทอ. โทร. 534-2113 โทรสาร. 523-7596
E-mail:dmbc4@ksc.th.com


Return to the Top