![[ Map of Thailand ]](headson.gif)
เรื่อง ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด พ.ศ.2542 เรียน ผบ.ทอ.สำนักนายก ฯ ดังรายละเอียดตามหนังสือ สนผ.กห.ที่ ต่อ (ฉบับ กห.เลขรับ 1183/42) ลง 22 ก.พ.42 ที่แนบ ส่วนราชการในสังกัดทราบและถือปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนร่วม ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งสรุปสาระสำคัญในส่วนที่ทอ.จะต้องทราบและปฏิบัติดังนี้ 2.1 ระเบี่ยบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด พ.ศ.2542" ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.42 เป็นต้นไป 2.2 "เกี่ยวข้องกับยาเสพติด" หมายความว่า พฤติการณ์ซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำใด ๆที่เกี่ยวข้องกับการผลิต นำเข้า ส่องออก จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติด หรือมีไว้ ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือ 2 เกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดอันเป็นความผิด ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท 2.3 "เจ้าหน้าที่ของรัฐ" หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการกลางส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น และหมายรวมถึง เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ พนักงานหรือลูกจ้างของรัญวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ 2.4 ให้หน่วยงานของรัฐรณรงค์ให้ข่าวสารเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด การดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตลอดถึงโทษอาญาในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 2.5 ให้ ทอ.ดำเนินการจัดให้มีระบบการข่าว และศูนย์รับแจ้งข่าวเกี่ยวกับการกระทำที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 2.6 ให้ผู้แทน ทอ.เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลหรือข่าวสารเกี่ยวกับการกระทำที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ประจำภาคกลาง ภาคตะวัยออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และมีหน้าที่ ดังนี้ ![]() 2.6.1 พิจารณาการกล่าวหาร้องเรียนหรือข้อมูลหรือข่าวสาร
เพื่อวินิจฉัยเบื้องต้นเกี่ยวกับการกระทำที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของเจ้าหน้าที่รัฐ และหาข้อมูล
ข่าวสารเพิ่มเติ่ม
![]() 2.6.2 ติดตามการดำเนินการของผู้บังคับบัญชาต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อรายงานไปยัง เลขาธิการ ป.ป.ส. โดยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความ
ร่วมมือและอำนวยความสะดวกตามสมควร
2.7 เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเกี่ยวข้องกับ
ยาเสพติด เว้นแต่เป็นการกระทำกับ สามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดาน
![]() 2.7.1 สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือจัดหา
หรือให้เงินหรือทรัพย์สิน ยานพาหนะ สถานที่ หรือวัตถุใด ๆ เพื่อประโยชน์หรือความสะดวกแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ
ยาเสพติด หรือรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือคบค้าสมาคมเป็นอาจิณกับ
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยรู้หรือควรจะได้รู้ว่าผู้นั้นเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
![]() 2.7.2 เป็นผู้ประกันผู้ต้องหาหรือจำเลย ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ในข้อหา ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติด หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุ
ออกฤกทธิ์อัยเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
2.8 เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้คณะกรรมการตามข้อ 2.6
วินิจฉัยเบื้องต้นก่อน หากมีมูลเพียงพอให้แจ้ง เลขาธิการ ป.ป.ส.ภายในสิบวัน และให้เลขาธิการ ป.ป.ส.
แจ้งผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาภายในสิบวัน
2.9 ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ สอดส่องดูแลหรือป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องกับ
ยาเสพติด และเมื่อมีการกล่าวหาร้องเรียนหรือได้รับแจ้งตามข้อ 2.8 ให้ดำเนินการตามหน้าที่ทันที หาก
ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ยุติเรื่อง หรือให้ดำเนินการทางวินัยให้แจ้งคณะกรรมการภายในสิบวัน เพื่อรายงาน
เลขาธิการ ป.ป.ส. ต่อไป
2.10 เมื่อผู้บังคับบัญชาได้รับแจ้งผลการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้ว
ต้องดำเนินการต่อไปโดยเร็ว แล้วแจ้งให้คณะกรรมการตามข้อ 2.6 ภายในสิบวัน เพื่อรายงาน เลขาธิการ ป.ป.ส. ต่อไป
2.11 เมื่อผู้บังคับบัญชาผู้ใดละเลย ไม่ดำเนินการตามหน้าที่ตามข้อ 2.9 หรือ 2.10
ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดวินัย
2.12 กรณีที่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่การสอบสวน
ไม่ได้ความแน่ชัดพอที่จะสั่งลงโทษทางวินัยได้ อาจดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ผู้นั้นออกนอกเขตพื้นที่
ที่ปฏิบัติราชการอยู่ โดยรายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชาตามระยะเวลาที่กำหนดด้วยก็ได้ หรือนำพฤติการณ์
นั้นมาประกอบการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลื่อนขั้นเงินเดือน ยศ และความดีความชอบประจำปี
2.13 เมื่อผู้บังคับบัญชาผได้รับแจ้งจาก เลขาธิการ ป.ป.ส.ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำผิด
เกี่ยวกับยาเสพติดและถูกจับกุม ให้ดำเนินการทางวินัย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการทางกฎหมายแก่ผู้กระทำความผิดนั้น
3.1 ให้ ศปส.ทอ.พิจารณากำหนดเกี่ยวกับศูนย์รับแจ้งข่าว ตามข้อ 2.5 และผู้แทน ทอ. ตามข้อ 2.6
3.2 สำเนาเรื่องนี้นำเรียนผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพื่อทราบ และเสนอ นขต.ทอ.เพื่อถือปฏิบัติต่อไป น.อ.มนู อเนกสุข![]() รอง จก.กพ.ทอ.ทำการแทน![]() จก.กพ.ทอ.
- อนุมัติ ให้ข้าราชการ ทอ.ที่ใช้ตำแหน่ง เป็นผู้ประกันผู้ต้องหาหรือจำเลย พล.อ.อ.ธนนิตย์ เนียมทันต์
![]() ![]() ![]() ![]() ผบ.ทอ.
![]() ![]() ![]() 24 มี.ค. 42
|
|
|